Posted on พฤษภาคม 18th, 2012 at 10:57 AM by kluay

นายซามาเรนดู โมฮันตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไรซ์ รีเสิร์ช อินสติติวต์ ให้ ความคิดกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า การส่งออกข้าวของประเทศอินเดียจนถึง ส.ค.นี้ อาจเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านตัน หากเปรียบเทียบรายละเอียดของกระทรวงเกษตรสหรัฐ ถือว่ามากกว่า 2 เท่าของจำนวนข้าวที่ประเทศอินเดียเคยส่งออก 2.8 ล้านตัน ระหว่างปี 2553 – 2554 และคิดว่าเวียดนามจะเป็นแชมป์ส่งออกข้าวได้ 7 ล้านตัน ส่วนชาติไทยปีนี้ส่งออกได้ 6.5 ล้านตัน นายวีเจย์ ซีเทีย ประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวของประเทศอินเดียกล่าวว่าการเก็บเกียวข้าวปีนี้และปี 2556 ทำได้เยอะขึ้นให้ผลตอบแทนจากการเพาะเลี้ยงสูง ตามที่กระทรวงเกษตรอินเดียรายงานปีนี้อาจเพิ่มเป็น 103.4 ล้านตัน จากปีก่อน 96 ล้านตัน กระทรวงเกษตรสหรัฐ คะเนว่าส่งออกข้าวทั่วโลกจะมี 33.9 ล้านตันข้าวสาร และ องค์การอาหารและการเกษตรที่อิตาลีคาดการณ์ตลาดข้าวปี 2555-56 ว่า ผลผลิตข้าวเปลือกทั่วโลกปีนี้จะเพิ่มขึ้น 1.7% เป็น 732.3 ล้านตัน หรือเท่ากับ 488.2 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งมากกว่าการบริโภคที่ระดับ 477 ล้านตันข้าวสาร

Posted on พฤษภาคม 18th, 2012 at 4:20 AM by admin

ยังยืนยันว่า วันที่ 16 มิ.ย. นี้ จะปรับเพิ่มราคาค่าเดินทางอีก 1 บาท จาก ราคา 8 บาท เป็น 9 บาท ซึ่งเป็นไปตามความเห็นชอบคณะกรรมการคุมการขนส่งทางบกกลาง แม้ว่ามูลค่าก๊าซเอ็นจีวีค่าจะไม่ถึง กิโลกรัมละ 9.50 บาทก็ตาม เนื่องด้วยความเห็นชอบที่กำหนดให้การปรับขึ้นราคาค่าเดินทาง ราคา NGV ต้องปรับขึ้นถึง กิโลกรัมละ 9.50 บาท เป็นความเห็นชอบที่ทำร่วมกับคนประกอบการรถรับจ้างเท่านั้น ไม่เกี่ยวเนื่องกับรถร่วมฯ เพราะบวกลบคูณหารค่าเดินทางไม่ได้กระทบกระเทือนเฉพาะค่าเอ็นจีวีเท่านั้น แต่ยังมีค่าแรงงาน และค่าชิ้นส่วนที่ปรับสูงขึ้นด้วย

การปรับเพิ่มราคาค่าเดินทาง ต้องให้ค่า NGV ราคาถึง กิโลกรัมละ 9.50 บาท ถึงจะปรับได้ ความเห็นชอบนี้ ทาง คค ตกลงร่วมกับรถรับจ้างเพียงนั้น มิได้ยินยอมพร้อมใจกับรถร่วม ฯ ดังนั้นสมาคมฯ จะขอเข้าพบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เพื่อ แสดงความคิดเห็น และทำความเข้าใจให้ตรงกัน ซึ่งระยะนี้ขอพบแล้ว แต่ยังมิได้เวลาเข้าพบ ซึ่งถ้าหากได้ทำความประจักษ์แจ้ง กับ นายชัชชาติ แล้ว ยังประกันจะยัง ไม่ให้ปรับเพิ่มราคา ก็จะกลับไปปรึกษาหารือร่วมกับ 3 สมาคมฯ อีกครั้งหนึ่ง

Posted on พฤษภาคม 18th, 2012 at 3:48 AM by nui

ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์แคนาดาบอกว่า รอหลักฐานมายาวนานประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ภายหลังจับกุมริชาร์ด แม็คเคนซี แมทธิวส์ วัย 52 ปี ที่โดนเจ้าของร้านเพชร ข้างในเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอ แจ้งเหตุจับ ทั้งนี้เพราะลักขโมยเพชรไป โดยเขาทำทีเข้ามาขอชมเพชร ก่อนจะใช้เพชรเก๊สับเปลี่ยน พร้อมด้วยกลืนเพชรจริงๆลงท้อง แมทธิวส์ โดนตั้งข้อหาลักขโมยพร้อมด้วยบัดนี้กำลังถูกคุมตัวอยู่ที่สำนักงานผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ ระหว่างที่เจ้าพนักงานไต่ถามรอให้เพชรน้ำหนัก 1.7 กะรัต ราคาโดยประมาณ 630,000 บาท ถูกขับถ่ายออกมา โดยผู้พิทักษ์สันติราษฎ์บอกว่า แมทธิวส์เข้าห้องน้ำมาหลายคราวแล้วอย่างไรก็ดีจนแล้วจนรอด เพชรพลอยก็ยังไม่ออกมา บัดนี้ก็ทำได้แค่ให้เขากินอาหารที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ตอนที่แมทธิวส์เองก็ต้องการจะให้เพชรออกมา คดีจะได้จบๆ ส่วนผลตรวจสอบเอกซเรย์บอกให้เห็น เพชรพลอยปลอม 2 เม็ดติดอยู่ภายในลำไส้ของเขา อย่างไรก็ดีไม่เห็นเพชรจริง ทั้งนี้เพราะโปร่งใส เอกซ์เรย์ไม่ติด

Posted on พฤษภาคม 17th, 2012 at 8:50 AM by kluay

วันที่ 16 พ.ค. ไชน่าเดลี่รายงานข่าวช็อกวงการอาหาร เมื่อสาธารณสุขท้องถิ่นเมืองเจียงซี เผยพบ “หูหมูปลอม” ทำจากเจลาตินอุตสาหกรรม ผสมผสานสารโซเดียมโอลิเอต ขายเกลื่อนตลาดเมืองกันโจว หลังชายประชาชนจากเขตกันเซียนไม่ทราบชื่อ ได้กลิ่นเน่าคลุ้งจากหูหมูเมนูของว่างที่ซื้อมาจากท้องตลาด จึงลองฉีกหูหมู และพบสารเหนียวหนืดคล้ายวุ้นบรรจุอยู่ด้านใน ชายนิรนามจึงส่งอาหารต้องสงสัยไปตรวจทานที่สำนักอุตสาหกรรมและพาณิชย์เขตกันเซียน ซึ่งระบุว่า เป็นหูหมูปลอม

นายฝาน จี้หง ชำนัญพิเศษด้านความปลอดภัยโภชนาการและอาหาร วิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งจีน กล่าวว่า การผสมสารเคมีลงไปในหูหมูปลอม ทำให้รสดี และยากแก่การจับผิดว่าเป็นของปลอม แต่การรับประทานโซเดียมโอลิเอต จำนวนมาก มีผลต่อต่อร่างกายทำให้ความดันเลือดสูงผิดปกติ และระบบการทำงานของหัวใจผิดพลาด ระหว่างที่เจลาตินอุตสาหกรรมซึ่งนิยมใช้ในกิจการเครื่องหนัง เป็นสารต้องห้ามสำหรับผลิตอาหาร เนื่องจากมีโครเมียมที่เป็นสารก่อมะเร็ง เบื้องต้นทางการยังไม่ทราบแหล่งผลิตที่แน่นอน แต่ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเลือกซื้อหูหมูที่เห็นขนและเส้นเลือดชัดเจน เพราะของปลอมไม่สามารถเลียนแบบได้

Posted on พฤษภาคม 17th, 2012 at 3:51 AM by nui

ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ภูธรจังหวัดนนบุรี พร้อมด้วย ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ 191 จำนวน 600 นาย ได้รวมกำลังประสานกับหน่วยปฏิบัติหน้าที่พิเศษราชทัณฑ์ ลุยเข้าโจมตีสอบค้นที่คุมขังบางขวางตอนดึก โดยแบ่งกำลังเข้าสืบค้นเรือนนอนของคนโทษตามแดนหลายอย่าง ซึ่งหลังจากนั้นจากใช้เวลาสอบค้นโดยละเอียด ยาวนานเกือบ 4 ชั่วโมง เจ้าพนักงานสามารถยึดโทรศัพท์มือถือหลายยี่ห้อ พร้อมทั้งอุปกรณ์โทรศัพท์ รวมกัน 28 เครื่อง พร้อมกับยังพบทีวี พร้อมด้วยเครื่องเล่นดีวีดีอีกหลากหลายรายการ อุปกรณ์เปลี่ยนเป็นอาวุธ อุปกรณ์เล่นพนัน ถ้าว่าไม่พบสิ่งเสพติด เจ้าพนักงานจึงได้ควบคุมตัวคนต้องขังมาสุ่มตรวจหาปัสสาวะ เพื่อที่จะหาสิ่งเสพติด จำนวน 1,000 คน ปรากฏว่าเจอคนต้องขัง มีฉี่สีม่วงกว่า 200 คน เกี่ยวกับการสอบค้นครั้งนี้ เนื่องแต่คนต้องขังในหลายที่คุมขังทั่วประเทศ ให้การซัดทอดว่ารับสิ่งเสพติดส่วนหนึ่งส่วนใดมาจาก ที่คุมขังบางขวาง โดยใช้วิธีการสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์

Posted on พฤษภาคม 17th, 2012 at 3:08 AM by admin

ยอดจำหน่าย บะหมี่ ซอง 4 เดือนแรกโตกว่า 10% เหตุเป็นลู่ทางของผู้ใช้ในระยะเวลาสินค้าแพง ทุ่ม 600 ล้านบาท ทำโรงงานแป้งสาลีเองหวังลดทุน พร้อมแพร่กระจายไลน์การทำเพิ่มอีก 3 ไลน์ รองรับการเติบโต ภาพรวมMarket บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในช่วง 4 เดือนแรกของศกนี้ ม.ค. -เดือนที่ 4 เจริญเติบโตถึง 10% เพราะ มาม่า ถือเป็นอาหารลู่ทางที่ต้องมีติดไว้ทุกอาคารบ้านเรือน ทั้งในยามปกติและของแพง และจากสถานการณ์มูลค่าสินค้าปรับเปลี่ยนยิ่งขึ้นนั้น ทำให้ประเมินว่าMarket บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูปในปีนี้จะโตได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 10% จากที่ปีที่ผ่านมาในช่วง 9 เดือนแรกMarketทรงๆ แต่มาโตในช่วง 3 เดือนท้าย แต่ก็ยังต่ำกว่า 10% และหากไม่มีสถานการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาเชื่อว่าMarketจะไม่โตได้ใน ระดับนี้

“ศกนี้ของแพง และมาม่าถือเป็นลู่ทางสำหรับผู้ใช้ เป็นความปรารถนาของคน จึงประเมินว่าMarketจะโตได้อย่างเด่นเกิน 10% ยืนยันว่าของพอวางขายไม่ขาดและจะซื้อขายในมูลค่าเดิมต่อไป” และครั้งนี้ก็กำลังการทำ 300 ตันต่อวัน เพื่อใช้ในการทำ มาม่า เปิดดำเนินการได้ในปีหน้า พร้อมทั้งได้ออกสินค้ารสใหม่เพิ่ม รสแกงเขียวหวานไก่ เพื่อเป็นการเร่งเร้าMarket รวมทั้งมีแผนที่จะขยายกำลังการทำบะหมี่ซองอีก 3 ไลน์ ซึ่งไลน์การทำจะติดตั้งได้เสร็จในปีหน้า เพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของการบริโภคบะหมี่ในแดนด้วย

“จาก ข้อมูลของที่สัมมนาบะหมี่โลกเจอะเจอว่า อัตราการทำและบริโภค มาม่า ของเมืองไทยในตอนนี้อยู่ที่อันดับ 7 ของโลก สำหรับแดนที่มีการกินอันดับ 1 คือ จีน กำลังการทำอัตราร้อยละ 50 ของกำลังการทำทั้งโลก 2.อินโดนีเซีย 3.ญี่ปุ่น 4.เกาหลีใต้ 5. เวียดนาม 6.ฟิลิปปินส์”

Posted on พฤษภาคม 16th, 2012 at 10:12 AM by kluay

หลายคนชอบรับประทานปลาเนื่องด้วยย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ โดยล่าสุดยังมีผลการวิเคราะห์ออกมาเสริมให้รับประทานปลา เพราะว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกได้ ทาง จี เหลียง ชำนัญพิเศษโรคทางเดินอาหารจากซีอานในสาธารณรัฐประชาชนจีน เผยผลการวิเคราะห์รายละเอียดจาก 41 ประเทศทั่วโลกอาทิเช่น สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ ประเทศฟินแลนด์ ญี่ปุ่น เกี่ยวกับการวัดปริมาณการรับประทานปลาและการติดตามโรคมะเร็ง พบว่า การกินปลาเป็นประจำ โดยภาพรวมช่วยลดความเสี่ยงเกิดเนื้องอกลำไส้ใหญ่ และมะเร็งทวารหนัก ได้ร้อยละ 12 แต่คนที่เน้นรับประทานปลาเยอะกว่าเนื้อสัตว์อื่น พบว่า มีส่วนช่วยลดการเกิดมะเร็งทวารหนักได้ร้อยละ 21 ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดได้ร้อยละ 4 แต่ทั้งนี้ ต้องตริตรองสิ่งของอื่นๆ กอบด้วย อย่าง อายุ, พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์, ปริมาณการกินเนื้อสัตว์เนื้อแดง, และประวัติการป่วยโรคมะเร็งของคนในครอบครัว

Posted on พฤษภาคม 16th, 2012 at 4:30 AM by nui

1.ก่อนจะเปิดรายการ เขาจะประกอบด้วยห้องพักรับรองเพื่อแขกรับเชิญ ก่อนออกมาสู่ห้องส่ง ซึ่งก็นั่งผสมอยู่ด้วยกัน พร้อมด้วยก็ได้พูดกันมาบ้างแล้วในช่วงต้นก่อนเข้าไปสู่ห้องส่ง .. อย่างน้อย คุณริว ก้อจำต้องได้รายละเอียดมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับแขกรับเชิญที่มา

2.แขกรับเชิญแต่ละคน ถึงถึงแม้ว่าจะประสบปมปัญหาต่างกัน แต่มีเรื่องหนึ่งที่อย่างเดียวกัน คือ เรื่องลี้ลับที่บังเกิดกับชีวิตของตนเอง หรือไม่ก็บอกง่ายๆว่า .. มีปัญหากับผีนั่นเอง คุณริว จะถามหาบ้านเลขที่ ทะเบียนรถยนต์ แล้วก้อนั่งคำนวณกัน จากนั้นจะฟันธงว่า … มีผีตามบ้าง ประกอบด้วยเจ้ากรรมนายเวรมารออยู่บ้าง เจ้าที่เจ้าทางไม่ปลื้มบ้าง มีเท่านี้จริงๆ เกือบทุกสัปดาห์ รายไหนรายนั้น มีไม่กี่้ข้อ

3.เลขที่บ้าน พร้อมกับ ทะเบียนรถยนต์ มันบังคับชะตาชีวิตคนได้ด้วยหรือ พอแขกรับเชิญแย้มเลขที่บ้าน หรือไม่ก็ ทะเบียนรถยนต์ปั๊บ .. พวกยืนยันเลยว่า ลงเลขนี้ มีวิญญาณตามมานะ อะไรแบบนี้ ซึ่งมองอยู่หลายคราแล้ว คือ ลงเลขอะไรก้อตาม มีผีสางหมดเลย ไม่เชื่อทดลองติดตามดูได้นะ

4.ทางแก้ไขตอนท้ายของปมปัญหา หมายถึง ให้แขกรับเชิญไปทำบุญทำกุศล พร้อมกับ อุทิศส่วนกุศล ..ตอนจบก้อคือไปทำบุญทำกุศลอยู่ดี .. ยังงี้ผมเองหยุดปัญหาให้ได้ ไม่ต้องถึงมือ คุณริว หรอก ก็เพราะว่า ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรบังเกิดกับชีวิต ในความเชื่อของพุทธศาสนิกชน มักจะเอาวัดเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว ในที่สุด หมายถึง หลวงพ่อช่วยด้วย

ดูได้ชัดว่า คำพยากรณ์ หรือไม่ก็ รูปแบบการหยุดปัญหา ก้อดูทั่วๆ ไป ไม่แตกต่างจากหมอดูทั่วไปแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำให้ฉงนสุดขีด ก้อคือว่า ….. คุณริว จิตสัมผัส .. ไถ่ถามข้อมูลต่างๆ ทั้งเลขที่บ้าน หรือไม่ก็ ทะเบียนรถยนต์ ไปเพราะเหตุใด ในเมื่อเขา ………….. มีจิตสัมผัส

Posted on พฤษภาคม 16th, 2012 at 3:03 AM by admin

วันนี้บน Android Market บอกตักเตือนมาว่าได้updateเวอร์ชั่นใหม่สำหรับแอพ กูเกิลพลัส บนโทรศัพท์ Android ซึ่งครั้งนี้เป็นupdate ครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนหน้าตาใหม่ พร้อมทั้งการปรับปรุงความสามารถใหม่ของ Google+ ที่สมบูรณ์ เพิ่มมากขึ้นด้วย

Google ได้ปล่อย Google+ ใบหน้าใหม่ มาให้ชาว Android ได้มาupdate กันในวันนี้ มีการปรับปรุงใหม่หลายทางโดยเฉพาะหน้าตาแอพ กูเกิลพลัส ที่จะคล้าย Android 4.0 เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองกับโทรศัพท์ใหม่ Android 4.0 อย่าง Samsung Galaxy Nexus และโทรศัพท์อื่นๆที่จะทยอย เปิดตัวตามมา รวมถึงรองโทรศัพท์ที่จะเตรียมอัพเฟิร์มแวร์เป็น Android 4.0 ในภายหน้า อันใกล้นี้ นอกเหนือจาก โฉมหน้าใหม่แล้ว ยังปรับปรุงความสามารถเกี่ยวโยงกับการเข้ากันกับการทำงานแบตเตอร์รี่ให้กินไฟลดลงด้วย และupdate ส่วนต่างๆอาทิ ปรับปรุงบัคบนแอพ Google, การหนุนการใช้งาน Google, ความสามารถในการ Sign out ออกจากระบบได้ , และเพิ่มพูน มนุษย์ลงในวงการของเราได้สบายขึ้น

คุณสามารถupdate หรือโหลดแอพพลิเคชั่น กูเกิลพลัส ซึ่งเป็นแอพเกี่ยวกับ Social Network จาก Google ได้ที่ Android Market บนโทรศัพท์ Android ทั้งนี้ต้องจับตามองทาง Google ให้ดี เพราะนอกจากที่ จะปล่อย Google+ โฉมใหม่แล้ว ยังมีการอัพเดท Google Reader เป็นโฉมหน้าใหม่ , Google TV โฉมใหม่ และ ไวๆนี้กับแอพ Gmail บน iPhone โฉมใหม่ด้วย สมมุติserviceทั้งสิ้นจาก Google ในเร็วๆนี้จะมีความสามารถเข้ากับserviceต่างๆใน Google App ที่พร้อมเพรียงกันปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งสิ้น

Posted on พฤษภาคม 15th, 2012 at 8:28 AM by kluay

เชื่อหรือไม่ว่าผลไม้อย่างอะโวคาโด นอกจากจะมีรสหวาน ถูกปากแล้ว ยังสามารถช่วยให้คนทานดูอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วย เหตุเพราะนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองแล้วว่า น้ำมันที่พบในผลไม้ชนิดนี้ สามารถช่วยลดริ้วรอยตีนกาได้ แถมยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและมะเร็งได้อีกด้วย โดยนักวิจัย คริสเตียน คอร์เตส-โรโฆ่ (Christian Cortes-Rojo) ได้ยืนยันว่า อะโวคาโดโดสามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผักผลไม้ชนิดอื่น เหตุเพราะแม้ว่าผักอื่น ๆ ดังเช่น แครอทและมะเขือเทศ จะสามารถช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยของเราได้เหมือนกัน แต่ร่างกายของเราก็ไม่สามารถดูดซึมสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผักผลไม้เหล่านั้น ได้เหมือนกับที่ดูดกลืนน้ำมันในอะโวคาโดที่ เป็นแบบนั้นก็เหตุเพราะสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในแครอทและมะเขือเทศ ไม่สามารถผ่านไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ (Organelle) หรือโครงสร้างภายในเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานได้ดีนัก ด้วยเหตุนั้น อะโวคาโดจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยคงความอ่อนวัยให้กับคุณได้ดีที่สุด